โรคมะเร็งกล่องเสียง(Laryngeal Cancer)
posted on 18 Jan 2012 14:59 by cartoon-kongโรคมะเร็งกล่องเสียง เป็นมะเร็งที่เกิดกับ vocal cords จัดอยู่ในประเภท squamous cell carcinoma โดยมี Subtype ดังนี้
- Glottic Cancer: 59%
- Supraglottic Cancer: 40%
- Subglottic Cancer: 1% (มะเร็งบริเวณ Subglottic โดยส่วนใหญ่จะลุกลามมาจาก Glottic carcinoma)
อุบัติการณ์: พบบ่อยในเพศชาย โดยพบ 1-2 คนต่อประชากร100,000 คนต่อปี อัตราส่วน ชาย : หญิง = 10: 1 พบประมาณร้อยละ2.8 ของมะเร็งทั้งหมด และพบในช่วงอายุ 50–60 ปี
สาเหตุ: สาเหตุที่บ่งชี้ได้ชัดเจน คือ การสูบบุหรี่ และจะพบมากขึ้นในผู้ที่ดื่มสุราด้วย รวมถึง
อาการ: ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการเสียบแหบที่เป็นมานานกว่า 2 สัปดาห์ เสียงเปลี่ยน โดยไม่ค่อยมีอาการเจ็บคอ ซึ่งหากรอยโรคอยู่ที่ตำแหน่งของสายเสียง (Laryngeal cancer) จะแสดงอาการนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ทำให้วินิจฉัยโรคได้เร็ว มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเป็นที่ตำแหน่งคอหอยส่วนล่าง (hypopharyngeal cancer) ในระยะแรกเสียงจะไม่แหบ แต่จะรู้สึกเจ็บหรือร้อนในคอ อาการคล้ายก้างปลาติดคอ กลืนแล้วเจ็บ ผู้ป่วยมักคิดว่าคออักเสบ อาจซื้อยามากินเอง ต่อมามะเร็งลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของกล่องเสียง จึงทำให้เกิดเสียงแหบ
นอกจากนี้อาจพบอาการอื่นได้อีก เช่น dysphagia(กลืนลำบาก), odynophagia(กลืนเจ็บ), shortness of breath, referred otalgia(ปวดหู) และเบื่ออาหาร น้ำหนักลด
ระยะของโรค: มะเร็งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามมาตรฐานสากล คือ
ระยะที่ 1: มะเร็งอยู่เฉพาะอวัยวะที่เป็นโรคเท่านั้น ไม่ลุกลามหรือแพร่กระจายออกไป
ระยะที่ 2: มะเร็งยังอยู่เฉพาะอวัยวะที่เป็นโรค แต่มีขนาดโตขึ้น และเริ่มรบกวนการทำหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ
ระยะที่ 3: มะเร็งลุกลามมากขึ้น อวัยวะที่เป็นโรคมักถูกทำลายจนผิดสภาพ และทำหน้าที่ผิดปกติไป และมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตขึ้นอย่างชัดเจน
ระยะที่ 4: มะเร็งมีการลุกลามออกไปยังอวัยวะใกล้เคียงและ/หรือแพร่กระจายไปทางกระแสเลือด ไปที่อวัยวะอื่นที่อยู่ห่างจากต้นกำเนิดของมะเร็ง เช่น ปอด ตับ กระดูก และสมอง เป็นต้น
การกระจายของโรค: มะเร็งกล่องเสียง (Laryngeal cancer) เจริญและกระจายช้ากว่ามะเร็งคอหอยส่วนล่าง (hypopharyngeal cancer) เนื่องจากสายเสียงมีเส้นเลือดและท่อน้ำเหลืองน้อย อาการที่แสดงว่ามีการกระจายของโรค คือ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณกลางลำคอด้านข้างโต และจะกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายต่อไป
การวินิจฉัยโรค: อาศัยการตรวจโดยใช้กระจกส่องในคอ เพื่อดูกล่องเสียง (Indirect laryngoscopes) วิธีนี้สามารถตรวจหาบริเวณที่เป็นมะเร็งได้ แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนจะต้องทำการส่องกล้องเข้าไปดูโดยตรง (Direct laryngoscopes) แล้วตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่เป็นส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
การรักษา : - ผ่าตัดโดยอาจทำ partial laryngectomy หรือ total laryngectomy ทั้งนี้ขึ้นกับ staging of tumor ตาม TMN classification
- การฉายรังสีเพื่อรักษาในรอยโรคที่เป็นระยะแรก ๆ หรือเป็น adjuvant ร่วมกับการผ่าตัด
หลังการรักษาพบว่าผู้ป่วยมักจะไม่สามารถออกเสียงพูดได้ (โดยเฉพาะกรณีตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด) ทำให้ระยะพักฟื้นหลังจากเข้ารับการผ่าตัดนั้นผู้ป่วยจึงต้องสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการเขียน นอกจากนั้นการฉายแสงยังมีผลทำให้เยื่อบุในคอแห้ง น้ำลายเหนียวกว่าปกติ ผู้ป่วยจึงต้องคอยจิบน้ำอยู่เรื่อยๆ
ความสัมพันธ์ของโรคกับการสื่อความหมาย
ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการ เสียงแหบ เกิดจากการที่รอยโรคอยู่ในตำแหน่งที่รบกวนสิ่งที่กำหนดคุณภาพเสียง ได้แก่ ขนาดช่องลมระหว่าง Vocal cords, ความคมเรียบของ Vocal cords, ความตึงและความสมดุลในการสั่นพริ้วของ Vocal cords เมื่อรอยโรครบกวนสิ่งเหล่านี้ จึงทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพเสียงเปลี่ยนไป
ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการหายใจลำบากและมีเสียงดังเนื่องจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เกิดจากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ เส้นเสียงยึด มีเนื้อตายหรือสารคัดหลั่งอุดกั้น รอยโรคขนาดใหญ่ในตำแหน่งต่างกันจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่างกันด้วย เมื่อมีพยาธิสภาพที่ระบบ Respiratory ก็จะทำให้ผู้ป่วยหายใจสั้น มีความสามารถในการพูดลดลง เนื่องจากการพูดอาศัยระบบนี้เป็นระบบที่ supply อากาศให้เกิดเสียงพูด
ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอโดยเฉพาะเวลากลืน แสดงว่าน่าจะมีการขยายของรอยโรคเข้าไปยัง กล้ามเนื้อบริเวณลิ้น หรือกระดูกอ่อนของกล่องเสียงและอาจมีอาการเจ็บร้าวไปยังอวัยวะอื่นซึ่งไม่ได้เป็นรอยโรค เช่น รอยโรคที่โคนลิ้น pyriform sinus หรือ vallecula ทำให้มีอาการปวดหูข้างเดียวกับที่มีรอยโรค(referred otalgia) โดยผ่านทางเส้นประสาทสมองคู่ที่10 ทำให้มีอาการเจ็บที่หูเป็นระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้ามีการลุกลามของรอยโรคมากขึ้นไปบริเวณ Supraglottic ซึ่งอาจจะไปอุดกั้น Eustachian tube และกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหู เช่น stapedius muscle และ tensor tympani ส่งผลให้เกิดปัญหาในการได้ยินด้วย

แต่ถ้ามีอาการเจ็บคอหรือเสียงแหบ
เราแนะนำยาตัวนึงนะ เป็นสเปรย์อ่ะ
propoliz spray นะ ก็พ่นๆใช้ง่ายดี
แก้เจ็บคอแก้เสียงแหบดีมากเราชอบใช้
#1 By katop (103.7.57.18|101.108.244.122) on 2012-07-24 06:52